Menu

กสท.ยืนราคาคูปอง1,000บาทชงกองทุนเคาะ (กรุงเทพธุรกิจ)

13-05-2014

กสท.ยืนราคาคูปอง1,000บาทชงกองทุนเคาะ (กรุงเทพธุรกิจ)

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าที่ประชุมบอร์ดกสท.วานนี้(12 พ.ค.)ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องมูลค่า"คูปอง" ส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล เนื่องจาก บอร์ด กสท. เห็นชอบเสนอราคาที่มูลค่าคูปองละ 1,000 บาท และส่งต่อขั้นตอนการพิจารณาไปยัง คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และบอร์ดใหญ่ กสทช.แล้ว โดยบอร์ด กองทุน กทปส. มีกำหนดจะพิจารณาวาระมูลค่าคูปองทีวีดิจิทัลในวันที่ 27 พ.ค.นี้

นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช.ยัง ได้นำเสนอราคาเฉลี่ย กล่องรับสัญญาณ(set top box) ระบบดิจิทัล DVB-T2 พร้อมเสาอากาศที่จำหน่ายในไทย ณ วันที่ 7 พ.ค.2557 ราคาขายปลีกอยู่ที่ 1,670-1,680 บาท ส่วนราคาในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มีราคา 3,400 บาท,รัสเซีย ประมาณ 2,500 บาท และประเทศอังกฤษ ราคาประมาณ 2,700 บาท

"ราคาเฉลี่ยกล่องทีวีดิจิทัล ในไทยถือว่าเป็นถูกที่สุด หากเทียบกับราคาในต่างประเทศ ที่ใช้มาตรฐานในระบบ DVB-T2 เหมือนกัน จึงไม่สามารถดำเนินการตามที่เครือข่ายผู้บริโภคฯ เรียกร้องให้ลดราคาคูปองลงได้ และเห็นว่ามูลค่า คูปอง 1,000 บาทเหมาะสมแล้ว"

นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด กสท.เห็น ชอบให้ใบอนุญาตโครงข่ายกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้ คลื่นความถี่ เพิ่มอีก 6 ใบอนุญาต สำหรับดำเนินโครงข่ายทีวีดาวเทียม อายุ 15 ปี แบ่งเป็นใบอนุญาตระดับชาติ 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไทยแซทเทิลไลท์ทีวี จำกัด 2.บริษัท แชมป์ไอที โมบายล์ จำกัด 3.บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 4.บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด 5.บริษัท ดราโก้ 2009 จำกัด และระดับท้องถิ่นอีก 1 ราย คือบริษัท ดิจิตอล โกลบอล เพชรบูรณ์ จำกัด สำหรับดำเนินโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ใน ฐานะกรรมการและเลขานุการ กองทุน กทปส. กล่าวว่าในวันที่ 20 พ.ค.นี้ กองทุน กทปส. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องงบประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการดำเนินกระบวนการเรื่องของคูปองทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นงบประมาณในการวางระบบการบริหารจัดการข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ราว 300 ล้านบาท การจัดพิมพ์คูปองราว 300 ล้านบาท และการจัดส่งโดยจดหมายลงทะเบียนถึงทุกครัวเรือนไทย 22 ล้านครัวเรือน ตามทะเบียนราษฎร โดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จำนวนราว 300 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจากการประมูลทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินสนับสนุนการแจกคูปอง

หากกระบวนการทั้งหมดทำได้เร็ว จะสามารถสรุปผลทั้งหมดในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ทั้งราคาคูปอง และข้อกฎหมาย ซึ่งมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาด้านกฎหมาย หลังจากกองทุนฯ ได้ข้อสรุปและมีมติแล้ว จะนำวาระเข้าสู่บอร์ดกสทช.ทันที เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

"คาดว่าการแจกคูปองให้แก่ประชาชน อย่างช้าที่สุด จะเริ่มไตรมาสสามปีนี้ ราวปลายเดือน ก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค. นี้" นายฐากร กล่าว