Menu

กสทช.ปลื้ม 1 ปี “ทีวีดิจิตอล” เดินมาถูกทาง โชว์ 7 ช่องน้องใหม่ผงาด (ไทยรัฐ)

04-05-2015

กสทช.ปลื้ม 1 ปี “ทีวีดิจิตอล” เดินมาถูกทาง โชว์ 7 ช่องน้องใหม่ผงาด (ไทยรัฐ)

“นที” คุยฟุ้ง 1 ปีของการแจ้งเกิด “ทีวีดิจิตอล” ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีถึง 7 ช่องที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ช่องยอดนิยมของคนดูทั้งประเทศ การันตีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ย้ำผู้ประกอบการต้องทุ่มเทฝีมือ ผลิตรายการคุณภาพ แบ้งเค้กเม็ดเงินโฆษณา 8 หมื่นล้านบาท

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ทีวีดิจิตอลได้ออกอากาศครบ 1 ปี เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีของประเทศไทย จากอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่าน เพราะสามารถรับชมทีวีดิจิตอล ได้หลากหลายจากอดีตรับชมทีวีเพียงไม่กี่ช่อง แต่ปัจจุบันรับชมทีวีได้ 24 ช่อง และมีหลากหลายรายการ ที่เลือกรับชมตามใจชอบ โดยการจัดอันดับ 10 ช่องยอดนิยมของคนไทยได้แก่ ช่อง 7, 3, เวิร์คพอยท์, อาร์เอส, โมโน, ไทยรัฐทีวี, วัน, ทรูฟอร์ยู, อสมท, ช่อง 5 ตามลำดับ ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าว มีช่องทีวีดิจิตอลที่เกิดใหม่มากกว่า 7 ช่อง ส่วนช่องทีเอ็นเอ็น เนชั่น พีพีทีวี บางเดือนก็เบียดขึ้นติด 1 ใน 10 บางเดือนก็ไม่ติด แต่ก็ถือว่ามีกลุ่มรับชมโดยเฉพาะ

“ผมมองว่าธุรกิจทีวีดิจิตอล เริ่มเข้าสู่กระบวนการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ไม่มีใครมีรายได้และกำไรมหาศาลอีกแล้ว เพราะความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อทีวีดิจิตอลช่องใหม่ๆ หลายช่องเริ่มพัฒนาเนื้อหารายการ ดึงดูดผู้ชมมากขึ้น เช่นไทยรัฐทีวี ได้ถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ทำให้ที่ผ่านมา การจัดอันดับหรือเรตติ้งก็พุ่งสูงขึ้น เพราะประชาชนรับชมได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบเอชดี หากผู้ประกอบการคัดสรรรายการเนื้อหาดีๆ ประชาชนก็จะหันมารับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันยอดการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนเป็น 27-28% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จากเดือน ม.ค.ที่มียอดรับชม 10-15% ของจำนวนประชากร 65 ล้านคน”

ทั้งนี้ กสทช. เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทุกราย ยังจะสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่มีผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งที่จะสามารถทำรายได้ และกำไรมหาศาลได้อีก หรืออาจขาดทุนกำไร เพราะเมื่อมูลค่าตลาดมีมากกว่า 80,000 ล้านบาท หากผู้ประกอบการมีการพัฒนาเนื้อหารายการที่ดึงดูดผู้ชมตามเป้าหมายได้ เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกราย อยู่รอดได้

ส่วนการเลื่อนจ่ายค่าประมูลทีวีดิจิตอลออกไป 1 ปี ล่าสุด บอร์ด กสท.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เนื่องจากในช่วงการออกอากาศเมื่อเดือน เม.ย.2557 ได้เกิดเหตุสุดวิสัยในหลายๆกรณี เช่น การชุมนุมทางการเมือง การปิดสถานีโทรทัศน์ในเดือน พ.ค.2557 การขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะเห็นได้จากการปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลายๆครั้ง จากปี 2556 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.5% แต่ปรากฏว่ามีการขยายตัวเพียง 2.6% ส่วนปีที่ผ่านมา เดิมคาดว่าจะขยายตัว 5.1% แต่ปรากฏว่าขยายตัว 0.9%

พ.อ.นที กล่าวว่า การเลื่อนจ่ายค่าประมูลทีวีดิตอล งวดที่ 2 วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท ถือว่าสมเหตุสมผล ซึ่ง กสทช.จะได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ในวันที่ 6 พ.ค. นี้ ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องมาแสดงความคิดเห็น และแสดงเหตุผลการขอเลื่อน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการและการเลื่อนจ่าย ทำให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนนำไปพัฒนาเนื้อหารายการที่ดี มีประโยชน์ต่อประชาชนอีกด้วย

“ผมเห็นด้วยและสนับสนุนการเลื่อนจ่าย 1 ปี จากเดิม 6 ปี เป็น 7 ปี โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย เพราะหากเลื่อนจ่ายโดยคิดดอกเบี้ย ก็เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะ 1 ปีที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสุดวิสัยหลายอย่างทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว เมื่อ กสท.เป็นองค์กรกำกับดูแล หากช่วยเหลือแบ่งเบาภาระได้ ก็ควรทำ”.